ไม้ซุง

ไม้ซุง คือ ไม้แต่ละต้นที่อยู่ในป่า เมื่อจะนำออกมาใช้ปลูกบ้าน หรือทำประโยชน์อย่างอื่น จะต้องใช้เลื่อยหรือขวานโค่นให้ล้มลง แล้วตัดส่วนที่มีกิ่งก้าน ซึ่งใช้การไม่ได้ออกเหลือแต่ส่วนของต้นไม้ แล้วใช้ช้าง รถยนต์หรือรถเทรกเตอร์ ลากซุงนั้นออกมารวมไว้เป็นแห่ง ๆ ต่อจากนั้น จึงนำไม้ซุงมาผูกเป็นแพล่องไปตามลำแม่น้ำ หรือนำขึ้นบรรทุกรถยนต์ รถไฟ ไปยังโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยเป็นแผ่นกระดาน ใช้ปลูกบ้านและทำของใช้อื่น ๆ การทำงานเริ่มตั้งแต่โค่นล้มต้นไม้ตัดทอนเป็นท่อนซุงแล้วชักลากด้วยช้างหรือรถแทรกเตอร์ รวมทั้งนำซุงบรรทุกรถยนต์หรือล่องแพไปจนถึงโรงเลื่อย หรือถึงเรือเดินทะเล เพื่อส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ เราเรียกรวมๆ กันว่า

"การทำไม้"

การทำไม้นั้นแบ่งออกได้กว้างๆ เป็น ๒ ตอน คือ การทำไม้ "ตอนป่า" และการทำไม้ "ตอนยวดยาน" การทำไม้แต่ละตอนมีวิธีการแตกต่างกันไปดังนี้ 

                          

การทำไม้ตอนป่า

         การทำไม้ออกจากป่านั้น ไม่ว่าจะทำไม้ออกมาเพื่อใช้สอยส่วนตัวหรือเพื่อการค้า ถ้าไม้ที่จะนำออกมานั้นเป็นไม้หวงห้าม คือ ไม้ชนิดดีมีค่า จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้เสียก่อน ไม้ชนิดที่สำคัญ ๆ เช่น ไม้สัก แดง ประดู่ หลุมพอ มะค่าโมง เต็ง รัง ฯลฯ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จะเข้าไปคัดเลือกและตีตราประจำต้น เพื่ออนุญาตให้ตัดได้ เมื่อตัดโค่นไม้ที่มีตราลงแล้วก็ใช้เลื่อยทอนต้นไม้ที่ล้มลงมานั้นเป็นท่อนๆ

         โดยปกติความยาวของไม้ที่ทอนออกเป็นท่อนนั้น จะต้องคำนึงถึงตลาดด้วย เช่น ในท้องที่ที่เป็นภูเขาสูงนำไม้ซุงออกมาได้ยาก ต้อทอนต้นไม้ให้เป็นท่อนสั้น ๆ เพื่อให้น้ำหนักของไม้แต่ละท่อนเบาลง ถ้าท้องที่ที่ทำไม้ออกเป็นที่ราบ อาจทอนไม้เป็นท่อนยาว ๆ ได้ ไม้ซุงที่นำออกมานั้น จะต้องพยายามทอนเอาเฉพาะส่วนที่ตรง และตัดส่วนที่เป็นง่ามหรือปุ่มตาออก เนื่องจากไม้ซุงที่ทำออกมาจากป่า ต้องการนำไปเลื่อยเป็นสำหรับปลูกบ้าน ดังนั้น ความยาวของไม้ซุงแต่ละท่อน จึงไม่ควรสั้นกว่าความยาวของห้องตามบ้านเรือนที่ปลูกกันทั่ว ๆ ไปคือ ไม่ควรสั้นกว่า ๔ เมตร เว้นแต่ว่าไม้ซุงที่ทำออกมานั้น จะนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น ทำเครื่องเรือน ทำไม้อัดหรือต่อเรือ ก็จำเป็นต้องกำหนดความยาวของท่อนซุง ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของงานที่จะใช้ไม้นั้น

         สำหรับไม้ชนิดที่สำคัญๆ ซึ้งพนักงานได้ตรีตราประจำต้นให้ตัดฟันได้ เมื่อล้มลงและตัดทอนแล้ว จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่า ไม้ที่ล้มนั้นมีตราถูกต้องหรือไม่ ทอนไดเป็นกี่ท่อน เมื่อตรวจสอบถูต้องแล้ว เจ้าหน้าที่จะตีตราที่ท่อนซุงทุกท่อนไว้อีกครั้งหนึ่ง การตีตราตรวจสอบในครั้งนี้เรียกว่า "ตีตราชักลาก" เมื่อได้ผ่านวิธีการนี้แล้ว จึงจะชักลากไม้นั้นให้ห่างออกไปจากตอเดิมได้ ไม้ที่ล้มแล้วทอนไว้เป็นท่อนซุงนี้ ถ้าเป็นบริเวณที่มีภูเขาสูงชัน ผู้ทำไม้จะใช้ช้างหรือรถแทรกเตอร์ลากไม้ซุงนั้นมารวมไว้เป็นแห่ง ๆ ในที่ซึ่งรถยนต์หรือพาหนะอย่างอื่นจะเข้ามาบรรทุกไม้นั้นต่อไปได้ การใช้ช้างหรือรถแทรกเตอร์ลากไม้ซุง จากตอที่ตัดมารวมไว้เป็นแห่ง ๆ นี้เรียกว่า "ถอนตอ" ส่วนสถานที่ที่นำไม้ซุงมารวมไว้เป็นที่เดียวกันนั้น เรียกว่า "หมอนไม้" และการทำไม้ทั้งหมด ตั้งแต่โค่นล้มรวมถึงการชักลากมารวมกองเพื่อเพรียมไว้บรรทุกรถยนต์ภายใน บริเวณป่า เรียกรวม ๆ กันว่า "การทำไม้ตอนป่า" การทำไม้ในที่ราบ อาจจะใช้รถยนต์ไปบรรทุกไม้จากตอที่เดียว โดยไม่ต้องถอนตอไปรวมกองไว้ก็ได้

การทำไม้ตอนยวดยาน

เมื่อได้ชักลากไม้มารวมกองไว้ที่หมอนไม้ในป่าแล้ว ผู้ทำไม้ก็จะขนส่งไม้ซุงนั้นต่อไปยังโรงเลื่อยหรือตลาดการค้า ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลออกไป การขนส่งช่วงนี้อาจจะใช้รถยนต์ รถไฟ หรือ พาหนะอย่างอื่น ซึ่งเป็นการขนส่งนอกอาณาเขตป่าที่ทำไม้ เราเรียกการขนส่งตอนนี้ว่า "การทำไม้ตอนยวดยาน" ไม้ซุงที่ได้รับอนุญาตให้ทำออกจากป่า เมื่อจะขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางที่ใด โดยใช้ยานพาหนะอะไร จะต้องขอรับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เมื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจสอบได้ว่า ไม้ซุงนั้นทำออกมาโดยถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายแล้ว ก็จะออกหนังสือสำคัญในการขนส่งให้ หนังสือสำคัญนี้เรียกว่า "ใบเบิกทาง" ผู้ขนส่งไม้จะต้องนำใบเบิกทางติดตัวไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจเมื่อผ่านด่านป่าไม้ จึงจะขนไม้ซุงออกไปได้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

แก้ไขล่าสุด ( วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2009 เวลา 15:33 น. )