ไม้,ไม้เบญจพรรณ,รอบรู้เรื่องไม้

ไม้ เป็นวัสดุแข็งที่ทำจากแก่นลำต้นของต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้น โดยแบ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สักไม้เต็ง ไม้แดง และไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ยางพารา โดยนิยามแล้วไม้ จะหมายถึงเนื้อเยื่อไซเล็ม

ชั้นที่สอง (Xylem) ของต้นไม้ แต่ในความเข้าใจไม้ อาจหมายรวมไปถึงวัสดุใดๆ ที่มีส่วนประกอบทำมาจากไม้ด้วยไม้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ประโยชน์อย่างหนึ่งคือ ใช้เป็นเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหรือฟืน บางครั้งก็ใช้ในงานศิลปะทำเฟอร์นิเจอร์ ทำอาวุธ หรือเป็นวัสดุก่อสร้างไม้ยังคงเป็นส่วนประกอบสำคัญในการก่อสร้าง ตั้งแต่มนุษย์เริ่มสามารถสร้างบ้านที่อยู่อาศัย หรือเรือ โดยเรือแทบทุกลำในช่วงปี 80 ทำมาจากไม้แทบทั้งสิ้น ซึ่งในปัจจุบันบ้านหรือเรือที่ทำจากไม้ เริ่มมีจำนวนลดลง โดยปัจจุบันมีการนำวัสดุอื่นมาใช้ในการสร้างแทน แต่ว่าไม้ยังคงมีส่วนสำคัญในด้านการเสริมโครงสร้าง หรือเป็นวัสดุเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างหลังคา และของประดับนอกบ้าน ไม้ที่ใช้ในงานก่อสร้างรู้จักกันในชื่อ ไม้แปรรูปไม้โดยสภาพแล้ว ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการก่อสร้างโดยตรง เนื่องจากอาจจะมีการแตกหักในโครงสร้าง จึงต้องนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นก่อน เช่นchipboard, engineered wood ,hardboard , medium-density fibreboard (MDF) , oriented strand board (OSB) เป็นต้น ไม้ดังกล่าวนี้ใช้ประโยชน์กันในวงกว้าง อีกทั้งเยื่อไม้ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญใการผลิตกระดาษอีกด้วยเซลลูโลส(cellulose) ที่อยู่ในไม้ยังใช้การทำวัสดุสังเคราะห์ ซึ่งไม้ยังใช้ประโยชน์ในการทำอุปกรณ์อื่นนอกเหนือจากการก่อสร้าง เช่น ใช้ทำตะเกรียบ,เครื่องดนตรี,เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

ไม้เกิดขึ้นได้อย่างไร?  ต้นไม้ตามธรรมชาติ จะก่อตัวในแนวรัศมีซึ่งประกอบไปด้วย ไม้เนื้อเก่าที่เป็นส่วนที่ตายแล้วและ เนื้อไม้ส่วนที่ยังมีชีวิตที่เรียกว่า เนื่อเยื่อเจริญ ซึ่งมีอยู่ตามกิ่ง ยอด ราก ซึ่งถ้านำไม้มาตัดตามขวางจะเห็นวงปี (growth rings)

ไม้กับเฟอร์นิเจอร์  ไม้ที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์
มี หลายชนิด ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศของดินแดนนั้นๆ ไม้สักคือไม้ชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะมีความแข็งแรง แมลงหรือตัวทำลายไม้ไม่นิยมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับไม้สัก ไม้สักมีขนาดใหญ่พอเหมาะ ไม่ว่าไม้ขนาดใหญ่ก็สามารถทำเป็นโครงสร้างบ้าน หรือไม้ขนาดเล็กก็นำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน และไม้สักถือเป็นไม้มีคุณค่าในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน

ตั้งแต่ประเทศไทยมีกฎหมายปิดป่าห้ามตัดไม้สงวน ดังนั้น ไม้ยางพาราจึงเริ่มมีบทบาทในการทำเฟอร์นิเจอร์ เนื่องด้วย ราคาไม้พารามีต้นทุนน้อยมากในอดีต (หลังจากกรีดน้ำยางหมดแล้วก็เผาเป็นถ่านหรือฟืน) นอกจากนี้มีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น มีความแข็งแรง เป็นไม้ลำต้นตรง มีตาไม้ไม่มากเกินไป และมีกำลังการเพาะปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย มีความเหมาะสมในการปลูก

การจำแนกชนิดไม้
ในวงการไม้ต่างประเทศ แบ่งชนิดของไม้ออกเป็น 2 ประเภท คือ ไม้เนื้อแข็ง หรือ Hard wood และ ไม้เนื้ออ่อน หรือ Soft wood โดยไม้ที่มีใบกว้างเราจะเรียกว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง ในขณะที่ไม้ที่มาจากพืชตระกูลสนเราจะเรียกว่า ไม้เนื้ออ่อน ซึ่งในความเป็นจริง ไม้ในกลุ่มหลังนี้ก็มีความแข็งที่สามารถจัดเข้ากลุ่มแรกได้ สำหรับในประเทสไทยได้มีการแยกประเภทไม้ให้ละเอียดยิ่งขึ้นตามลักษณะความแข็ง แรงของไม้ดังนี้ 

                ไม้เนื้ออ่อน   เป็นไม้ที่มีวงปีกว้างมาก เนื่องจากเป็นไม้โดเร็ว ลำต้นใหญ่ เนื้อค่อนข้างเหนียว แต่ทำงานได้ง่าย เนื้อไม้มีสีจางหรือ ค่อนข้างซีด อาทิ ไม้กระบาก ไม้ยาง ไม้ฉำฉา ไม้เหียง ไม้โมก ไม้กระท้อน ไม้ยมหอม ไม้จำปาป่า ไม้สนต่างประเทศ เหมาะกับงานในที่ร่มหรืองานชั่วคราว งานตกแต่ง และเครื่องมือเครื่องใช้

               
ไม้เนื้อแข็ง   เป็นไม้ที่มีวงปีมากกว่าไม้เนื้ออ่อน เพราะมีการเจริญเติบโตช้ากว่า คือต้องมีอายุหลายสิบปี จึงจะนำมาใช้งานได้ ลักษณะทั่วไปของไม้จะมีเนื้อมัน ลายละเอียด เนื้อแน่น สีเข้ม (แดงถึงดำ) มีน้ำหนักมาก แข็งแรงทนทาน เช่น ไม้สัก ไม้ตะแบก ไม้ประดู่ ไม้มะเกลือ เป็นต้น เหมาะสำหรับงาน เฟอร์นิเจอร์ งานก่อสร้างบ้าน และเครื่องมือ

                ไม้ เนื้อแกร่ง   เป็นไม้ที่มีการเจริยเติบโตช้ามาก จึงทำให้ วงประจำปีถี่มากกว่าไม้สองชนิดแรก คือ ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 60-70 ปีขึ้นไปจึงจะนำมาใช้งานได้ เนื้อไม้มีสีเข้มค่อนข้างแดง น้ำหนักไม่มาก แต่แข็งกว่าไม้เนื้อแข็ง ไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างหรือเป้นโครงสร้าง อาทิ คาน ตง เสา ได้แก่ ไม้แดง ไม้ชิงชัน ไม้ตะเคียน ไม้มะค่าโมง ไม้พยุง ไม้เต็ง

ชนิดของไม้ที่นิยมใช้  ในบรรดาไม้ประเภทต่างๆ มีไม้เพียงไม่กี่ชนิด ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านการก่อสร้างและ เครื่องเรือน

                 ไม้สัก เป็นไม้เนื้อละเอียด นิ่ม ง่ายต่อการใช้เครื่องมือ ไม้มีกำลังและแข็งพอประมาณ แต่ค่อนข้างเปราะ ปลวกไม่กิน เลื่อยผ่าซอยง่าย บิดตัวและงอเล็กน้อยเมื่อแห้ง ไม้สักมีหลายชนิด และมีลักษณะคล้ายกัน เช่น สักทอง และสักขึ้ควาย โดยสักทองจะมีสีเหลืองสวย ส่วนสักขึ้ควายจะมีสีคล้ำและลวดลายสับสน เหมาะในการนำมาใช้ทำเครื่องเรือน เช่นตู้ โต๊ะ เก้าอี้ เรือ หรือทำประตูหน้าต่าง

            ไม้ยาง เป็นไม้เสี้ยนใหญ่ หยาบ และอ่อน เหมาะกับการใช้ในที่ร่ม เนื่องจากมียางมาก แห้งตัวช้า และยือหดตัวสูง เมื่อหดตัวยางจะปะทุออกจากเนื้อไม้ เมื่อตอกตะปู เนื้อไม้จะแตกได้ง่าย เลื่อยซอยง่าย เนื้อไม้สีแดงเข้มจะแข็งแรงกว่าไม้สีอ่อน

            ไม้เต็ง เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างแห้ง และละเอียด ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ เมื่อหดตัวมักแตกเป็นลายงา เลื่อยตัดยากเมื่อแห้ง เหมาะกับงานภายนอก และส่วนที่ใช้รับน้ำหนักหรือเป็นโครงสร้าง เช่น เสา คาน ตง สะพาน บันได 

            ไม้รัง เนื้อละเอียดปานกลาง สีน้ำตาลอมเหลือง เนื้อไม้ เมื่อแห้งแตกค่อนข้างน้อย คุณสมบัติอื่นๆ เหมือนไม้เต็ง

            ไม้แดง เนื้อไม้แน่น สีแดง ลวดลายสวย แข็งแรง ทนทาน ทำให้ตัดเจาะยาก ใช้ทำโครงสร้างอาคาร เช่น เสา คาน ตง และเครื่องเรือนพิเศษ เพราะรับน้ำหนักได้ดี และไม่ยึดหดตัวมา

                 ไม้ตะแบก เนื้อไม้สีเทาอมเหลือง เนื้อละเอียดใสและขึ้นเงา มีลวดลายชัดเจน ทำให้ตกแต่งง่าย เหมาะในการก่อสร้างบ้าน และทำด้ามเครื่องมือ 

                 ไม้มะค่าโมง มีสีน้ำตาลปนแดง มีความแข็วแรงทนทาน เมื่อกลึงจะเห็นลวดลายสวยงาม เหมาะสำหรับทำบันไดหรือเป็นโครงสร้าง

กรุผนังด้วยไม้ตามแนวขวางโดยเลือกผสมไม้ที่ต่างชนิดกันเช่น ไม้โอ๊ก ไม้แอช และไม้สัก หรือเลือกย้อมให้มีเข้ม-อ่อนแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้เกิดสีเหลือบที่ดูน่าสนใจ อาจปูต่อเนื่องมาจนถึงพื้น เข้ากันได้ดีเฟอร์นิเจอร์หรืออ่างอาบน้ำรูปทรงเรียบเท่ทันสมัย 
              ฝ้าเพดาน  ลองใช้วีเนียร์ไม้ลายที่ชอบปิดทับบนแผ่นไม้อัดมากรุทับฝ้าเพดาน จะช่วยให้ฝ้าเรียบๆดูเก๋ไก๋ขึ้นได้ หรืออาจจะออกแบบให้มีการเล่นจังหวะของฝ้า โดยตีฝ้าแบบซิกแซ็ก แล้วค่อยกรุตามด้วยวีเนียร์ก็จะเพิ่มความน่าสนใจได้มากทีเดียว 
             ไม้สีเดียวกัน  การปูพื้นไม้เป็นเรื่องที่นิยมทำกันอยู่แล้ว แต่ลองใช้ไม้สีเดียวกันปูพื้นเรื่อยไปจนถึงบันได วงกบประตู และอาจรวมถึงเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินด้วย จะช่วยให้บ้านไม้ของคุณดูกลมกลืน เรียบเกลี้ยงคล้ายกับบ้านสไตล์ญี่ปุ่นได้
             ประตู  ลองใช้วีเนียร์ไม้ปิดที่บานประตูแทนการใช้ประตูบานลูกฟัก โดยอาจติดเป็นช่วงๆตามแนวขวางแล้วตีเส้นคั่นด้วยสเตนเลสสตีล ทำมือจับให้มีขนาดใหญ่ เป็นเส้นตรงเรียบๆทำด้วย 
สเตนเลสสตีลเช่นกัน แค่นี้ประตูไม้ก็ดูโมเดิร์นขึ้นมาได้มาก อาจลองใช้คู่กับเสาที่หุ้มด้วยสเตนเลสสตีล และผนังทาสีสดอย่างในรูป ช่วยให้บ้านไม้ดูสดใสขึ้น

             ยกพื้น  การยกพื้นเพื่อกำหนดพื้นที่ใช้งานเป็นสิ่งที่นิยมทำกันมากในบ้านเรือนไทย เราอาจประยุกต์นำมาใช้ในส่วนห้องนอนแทนเตียงก็ได้ เพื่อให้มีกลิ่นอายของบ้านไทย โดยปูพื้นไม้ให้ต่อเนื่องกันทั้งสองระดับ ให้ดูเรียบๆตามสไตล์บ้านโมเดิร์น และได้บรรยากาศสบายแบบบ้านไทยด้วย 
             รั้ว  รั้วไม้อาจดูสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ก็ผุพังง่ายเพราะต้องตากแดดตากฝน การเลือกทำรั้วก่ออิฐฉาบปูนเรียบทาสี แล้วนำไม้จริงมาประดับในบางส่วน ก็ช่วยให้รั้วบ้านดูโมเดิร์น ขณะเดียวกันก็ยังได้สัมผัสของไม้รับกับต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ใกล้เคียง โดยอาจเลือกซื้อไม้เก่าที่มีร่องรอยผ่านกาลเวลามาใช้ ก็ได้อารมณ์ดิบๆดี
             ไม้ไผ่โมเดิร์น ม้ไผ่ก็เป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยใช้สร้างที่อยู่อาศัยกันมาเนิ่นนาน ซึ่งสามารถนำมาตกแต่งบ้านให้ดูทันสมัยได้ไม่ต่างจากไม้ชนิดอื่น โดยนำไม้ไผ่มาผูกเรียงกันให้แข็งแรง ทำเป็นฝ้าหรือผนังในส่วนที่ต้องการบรรยากาศแบบธรรมชาติ เช่นห้องน้ำกลางแจ้ง แต่ต้องวางลำไผ่เรียงกันให้เป็นระเบียบ และลดทอนรายละเอียดขององค์ประกอบข้างเคียง เช่น ใช้คู่กับผนังซีเมนต์ขัดมัน และเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเรียบๆเพื่อให้คงอารมณ์แบบบ้านโมเดิร์นไว้

   

การเลือกไม้แต่ละชนิด
1.การเลือกมาใช้ในงานรับน้ำหนักโดยตรงได้แก่ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างที่ไม่ต้องการความประณีตมานัก เช่น สร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ไม่จำพวกนี้ต้องทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับน้ำหนักและต้านทานแรงต่าง มากกว่าความสวยงาม  ความแข็งแรง จึงเป็นข้อแรกที่จะต้องคัดเอาไม้ที่แข็งแรงเท่าที่จะสามารถทำได้ คือ ต้องเป็นไม้ที่เนื้อแน่น แข็งแกร่ง เหนี่ยว ไม่เปราะง่าย  ควรเลือกไม้แก่นหรือไม้ที่มีอายุเหมาะแก่การตัด ไม่มีรอยชำรุดเสียหาย เช่น เป็นตา ผุ แตกร้าว ปิดงอ คด โค้ง และเป็นไม้ที่ผ่านการผึ่งมาได้ที่พอเหมาะแก่งานประเภทนี้

2. การเลือกไม้มาใช้ในงานประณีตไม้ที่เลือกมาใช้งานประเภทนี้ เป็นไม้ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักหรือต้านแรงมากเหมือนไม้ที่ใช้งานประเภทแรก แต่งานประเภทนี้จะนำไม้ไปประกอบเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น บาน ประตู หน้าต่าง เครื่องเรือน ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ หรือครุภัณฑ์ต่างๆ ที่จะทำอย่างประณีตเรียบร้อยและต้องการความสวยงามมากกว่าความแข็งแรง เป็นงานที่ทำได้ยากและต้องใช้ฝีมือ

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2009 เวลา 11:27 น. )