ความรู้เกี่ยวกับ "ไม้โครง"

ไม้โครง สำหรับ งานเฟอร์นิเจอร์บิลด์อิน ก็คือไม้ที่นำมาใช้เป็นโครงสร้างหลัก ของแผ่นพื้น แผงตู้ หรือบาน ที่ต้องนำไม้อัดมาประกบจะ1ด้าน หรือ2ด้าน ก็ตาม ทำหน้าที่เป็นตัวทำให้โครงสร้างเฟอร์นิเจอร์บิลด์อิน เกิดความแข็งแรง หรือเรียกง่ายๆว่าเป็น "กระดูก" ที่นิยมจะเป็นโครงไม้จริง บางทีก็มีบ้างที่ใช้ไม้อัด MDF ปาร์ติเกิล หรือพวกบล็อคบอร์ด มาทำเป็นตัวโครง เพื่อลดการบิดตัวและลดต้นทุน แต่จะแข็งแรงสู้ไม้จริงไม่ได้ แต่ในที่นี้ จะขอกล่าวเฉพาะในส่วนของไม้จริง

หน้าที่หลัก  : ใช้ เป็นตัวโครงสร้างหลัก(ถ้าเปรียบกับการสร้างบ้านก็คืองานโครงสร้าง พวก เสา คาน นั่นเอง)  หรือเป็นการขึ้นตู้ ก่อนที่จะนำไม้อัดมาประกบ และเป็นตัวที่ใช้ในการนำไปจับยึด จากตะปูเกลียวหรือตะปูให้เกิดความแข็งแรง ของตู้หรือตัวเฟอร์นิเจอร์นั่นเอง

รูปแบบไม้โครง มีทั้งแบบเป็นเส้นไม้ท่อนเดียว(ไม้เนื้อ) หรือนำมาต่อๆกันด้วยเศษไม้ (ไม้จ๊อย) แต่ไม้เนื้อจะราคาแพงกว่า หายากกว่า และมีโอกาสบิดเบี้ยวได้มากกว่า ไม่ค่อยนิยม และในที่นี้จะกล่าวถึง ไม้โครงแบบต่อ(จ๊อย) ซึ่งนิยมกว่าและทำงานง่ายกว่า นอกจากนี่ยังเป็นการนำไม้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

 

รูปแบบการต่อ

 

    

ชื่อเรียก ภาพ อธิบาย
Fingger-Joint (แบบนิ้วประสาน) แนวคัตเตอร์จะเห็นเป็นรอยฟันปลาอยู่ที่ด้านความกว้างไม้ ส่วนที่ด้านความหนา จะเห็นเป็นเส้นตรง
Butt-Joint แนวคัตเตอร์จะเห็นเป็นรอยฟันปลาอยู่ที่ด้านความหนาไม้ ส่วนที่ด้านความกว้างจะเห็นเป็นเส้นตรง
                                                                                                                                                     

ขนาด :  ที่นิยมมาจำหน่ายในท้องตลาด (เป็นขนาดโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ผลิต) และจะมัดรวมกันมา มัดละ 10ท่อน

หนา(มม.) กว้าง(มม.)         ยาว(ม.) นิยมให้เท่ากับขนาดความยามไม้อัด หมายเหตุ
17.5

35

แบบหน้าแคบ

2.4-2.5 ประกบไม้อัด4(3.2) มม.หน้า-หลัง จะรวมความหนาโดยประมาณที่ 22-23 มม. นิยมใช้เป็นโครงตัวในเพราะหน้าแคบ
17.5

42-45 

แบบหน้าปกติ

2.4-2.5  นิยมใช้กันมากที่สุด ติดบานพับถ้วย-ปุ่มรับชั้นฯไม่หลุดขนาด
20-22 42-45 2.4-2.5 ประกบไม้อัด4 (3.2)มม.หน้า-หลัง จะรวมความหนาโดยประมาณที่ 26-28มม. ขึ้นอยู่กับไม้อัดที่นำมาประกบ

ไม้โครง มีด้วยกันหลายชนิด ในที่นี้จะนำมาเปรียบเทียบแบบที่มีจำหน่าย ทั่วไป

ชื่อไม้ ภาพประกอบ ข้อเด่น ข้อด้อย กลุ่มราคา(10เส้น)
สัก สวนป่า ชื่อไม้สัก  ไม้มีสกุลกว่า เนื้อนิ่ม ทำงานง่าย ตรง ไม่บิดตัว     อายุที่นำมาใช้ยังน้อย มีกระพี้ติดมาก(ที่เห็นสีขาวๆ) และยางไม้ไม่ค่อยมากพอที่จะทำให้ปลวกกลัว ในส่วนกระพี้

ปานกลาง

420-450

สัก เนื้อ  ชื่อไม้สัก  ไม้มีสกุลกว่า เนื้อนิ่ม ทำงานง่าย ตรงไม่บิดตัว ปลวกไม่กิน บางทีสามารถนำไปแทนกรอบบานได้  ราคาแพง

 แพง

600-800

แล้วแต่เนื้อกี่%ด้วย

 เบญจพรรณ

 (ไม้รวม)

   ตรง ไม่บิดตัว รับแรงได้ดี หนักแน่น มั่นคง  เนื้อแข็งแต่ไม่เหนียว ทำงานยาก ตอกตะปูยาก

 ถูก

250-260

 ทุเรียน    ทำงานง่าย ตรง ไม่บิดตัว คงรูป เมื่อทิ้งไว้อย่างอิสระ  เนื้ออ่อน เบา การยึดเกาะพวกเกลียวปล่อย ตะปู ไม่ดี ปลวกมอดชอบ

 ถูก

250-260

 ยางพารา    มีมาก หาซื้อง่าย แข็งเหนียว เนื้อไม้ขึ้นรูปง่าย ยึดเกลียวปล่อย ตะปูดี  การบิดตัวง่าย มีขนพองขึ้นเป็นบางชิ้น มอดชอบ

 ถูก

230-260

 ตะแบก    ตรง ไม่บิดตัว แข็งเหนียว ลักษณะจะลื่นมัน ทำงานง่าย บ้างว่าปลวกไม่ชอบ  ราคาอยู่ในกลุ่มไม้สัก แต่ชื่อไม้ด้อยชั้นกว่า  420-480
 สยา  ยังไม่มีรูป(มีสีแดงคล้ายเบญจพรรณ เนื้อไม้เสี้ยนใหญ่ เบา)  ตรง ไม่บิดตัวง่าย เนื้ออ่อนแต่ไม่เปราะ ทำงานง่าย  เนื้ออ่อน เบา การยึดเกาะเกลียวปล่อยไม่ดี (แต่มากกว่าทุเรียน)  ปัจจุบันเริ่มมีน้อย

 ปานกลาง

300-350

 

 ตะเคียน   ยังไม่มีรูป(สีออกเหลืองอ่อน เนื้อละเอียด หนัก)  แข็งเหนียว ไม่บิดงอง่าย การยึดเกาะเกลียวปล่อยดี หนึบกว่าหนักแน่นดี  อาจทำงานยากเพราะจะแข็ง แต่ดีกว่าพวกไม้รวม(เบญจพรรณ)

 ปานกลาง

300-350